Final Fantasy The last Spirit Of PK. Chapter 3 :ศัตรูหมายเลข2
"ระ...รีนะ!"เมื่อได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างตกลงมาเทรนด์ก็รีบวิ่งไปดูด้วยความตกใจแต่ก็ต้องตกใจซ้ำอีกเพราะว่าสิ่งที่ตกลงมานั้นเป็นรีนะ!
"พะ...พี่คะ! ที่นี่ที่ไหนอ่ะ แล้วดาบพวกนี้มันอะไรอ่ะ!?"รีนะเริ่มถามเมื่อเห็นว่าพี่ตัวเองกำลังอยู่ในห้องที่มีแต่ดาบ ดาบ และดาบ
"อย่าเพิ่งถามเลยน่ะ รีบๆลุกก่อนเหอะ"เทรนด์ว่าขึ้นแล้วยื่นมือออกไป
รีนะคว้ามือนั้นไว้แล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ซักพักก็มีอะไรหล่นลงมาอีก
ตุบ!
"คุณรีนะคะ เป็นอะไรรึ..."มาเรียกระโดดจากข้างบนลงมาตามๆกันแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าภายในห้องนั้นมีแต่ดาบและชายที่ยืนอยู่ข้างหน้า
"อย่าถาม ห้องนี้เป็นห้องคลังแสง มันมีแต่อาวุธ ไม่เว้นแค่ดาบ มันมีอีกเพียบ"เทรนด์รีบห้ามคำถามของมาเรียแล้วบอกว่าห้องนี้เป็นอย่างไรด้วยหน้าตาที่ไม่พอใจเอาซะเลย
"มิน่าล่ะทำไมเวลากลับบ้านแล้วไม่ค่อยเห็นอยู่ในห้อง"รีนะเริ่มต่อว่า
"แล้วดาบพวกนี้มาจากไหนล่ะคะ"มาเรียถามขึ้นแล้วเดินสำรวจรอบห้อง
"ห้องตีดาบอยู่ข้างล่าง ส่วนวัสดุต่างๆนั้นคนที่ตำหนักเค้าเที่ยวไปหามาให้ทั่วโลก"เทรนด์พูดแล้วหันไปเก็บอาวุธหลังจากนั้นก็โยนดาบให้รีนะแล้วเปลี่ยนจากห้องที่เคยมีดาบอยู่ให้
กลับเป็นห้องว่างเปล่าเหมือนเดิม
เมื่อจัดการเสร็จก็ไม่รีรอรีบลากสาวทั้ง 2 ให้ขึ้นไปข้างบน เมื่อขึ้นมาเสร็จก็รีบลากให้ออกไปนอกไปจากบ้านเดินไปยังโรงเรียนแต่สาวๆกลับดึงดันที่จะไม่ไป
"รีบๆไปได้แล้วเดี๋ยวจะสาย"เทรนด์เร่งขึ้น
กิ้งก่อง!
"คร้าบๆ จะไปแล้ว!"เทรน์รีบเดินไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง
เมื่อเปิดเข้ามาเสร็จบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายหอกก็พุ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็วและเป้าหมายของมันก็คือเทรนด์ แต่มันพุ่งโดนสีข้างทางซ้ายของเทรนด์จนทำให้เกิดแผลลึก เมื่อได้จัง
หวะเทรนด์จึงจับด้ามของมันแล้วหักทิ้งอย่างง่ายดายแล้วดึงมันกลับมา แต่กลับกลายเป็นความว่างเปล่า ทิ้งเหลือไว้แต่ล๊อกเก็ตสีทองอร่ามราคาพู่งจี้ดไว้บนพื้นแล้วพอเปิดออกมามันก็มี
รูปชายคนนั้นที่คุ้นเคยอยู่ เซเลดอนที่นั่งอยู่ข้างๆกับชายอีกคนที่มีผมยาวสีชาขุ่นร่างเตี้ยเหมือนเด็กแต่นัยตานั้นแผงถึงแววตาของฆาตกร
"โอ๊ย!"เทรนด์ร้องขึ้นขณที่เอามือของตนเองปิดบาดแผลเอาไว้ก่อนที่จะทรุดลงไปนั่งพิงผนัง
"พี่!?"รีนะวิ่งลงมาจากบันใดด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดนั้งไหลออกมาจากมือที่ปิดบาดแผลของเทรนด์"มาเรีย มาช่วยหน่อยเร็ว"
"ไม่ต้อง!"เทรนด์รีบห้ามขึ้นแล้วพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น
"ตะ...แต่ว่าพี่..."รีนะพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงก่อนที่จะช่วยพยุงร่างของเทรนด์ไว้
"ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก แค่พันแผลก็พอแล้ว ชั้นมันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น เมื่อถึงโรงเรียนเดี๋ยวก็ให้เจ้าวองโกเล่รักษาให้ พวกเธอไปกันก่อนเถอะ"เทรนด์พูดขึ้นแล้วก่อนจะเดิน
เข้าไปที่ตู้ยาแล้วหยิบผ้าพันแผลมาพันปิดบาดแผลไว้
"หนูช่วยเองค่ะ"รีนะพูดขึ้นแล้วเดินไปหาพี่ชายที่ตอนนี้กำลังพันแผลอย่างไม่เป็นท่า
กิ้งก่อง~
เสียงระฆังเริ่มชั่วโมงแรกที่แสนน่าเบื่อสำหรับนักเรียนบางคนดังขึ้นพร้อมกับนักเรียนที่มาสายที่กำลังตะเกียกตะกายตัวเองให้ตัวเองมาทันคาบแรกและไม่ให้โดนทำโทษจากอาจารย์
เฝ้าประตู แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเทรนด์ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมาถึงได้ทันอย่างน่าเหลือเชื่อแต่ก็เป็นที่น่าตกใจสำหรับนักเรียนที่เค้าเดินผ่านเพราะเสื้อสีขาวซึ่งเป็นชุดของโรงเรียนนี้เปื้อน
เลือดเต็มไปหมด
"เฮ้ย แกไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกล่ะเนี่ย"เสียงทักทายแรกจากวองโกเล่ดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ฮาสุดๆ
"นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะเฮ้ย"เทรนด์พูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงช้าๆข้างๆวองโกเล่ ส่วนมาเรียนั้นก็นั่งประจำที่"ทาเครุ แกนั่งที่ชั้นไปก่อน ชั้นจะให้วองโกเล่มันรักษาแผลให้ก่อน"
หลังจากนั้นเทรนด์ก็หยิบชายเสื้อขึ้นแล้วดึงเอาผ้าพันแผลออกให้เห็นแผลที่ทำให้สีหน้าของวองโกเล่นั้นต้องวิตกกังวล ก่อนจะหยิบกล่องใส่มีดที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วเปิดออก
หยิบมีดที่เหมือนมีดผ่าตัดขึ้น พร้อมกับเอาไปจ่อที่ปากแผล
"ท่าทางจะไม่ใช่หมาธรรมดา แกไปฟัดกับอะไรมาวะเนี่ยถึงได้ติดพิษ 'เมฆาสีคราม' มาเนี่ย"วองโกเล่พูดขึ้นแล้วทำสีหน้ากังวลขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าแผลนั้นเริ่มปริออกแล้วค่อยๆกลาย
เป็นสีคราม
"ชั้น...โดนลอบฆ่า"เทรนด์พูดขึ้นทำให้สีหน้าของเพื่อนทั้ง2ของเค้าซีดไปตามๆกัน
"นายก็โดนเหรอ..."ทาเครุพูดขึ้นแล้วเริ่มเลื่อนเก้าอี้ที่เค้านั่งอยู่เข้ามาใกล้ๆ
"หรือว่า พวกนายก็โดน"เทรนด์ถามขึ้นเพราะเกรงว่าเพื่อนของเค้าจะโดนด้วย
"ชั้นโดนเจ้าเซเลดอน แต่ชั้นรู้จักมันมาก่อนก็เลยไม่เป็นไร เพิ่งโดนตอนก่อนเข้าโรงเรียน"วองโกเล่พูดขึ้นแล้วหันกลับไปสนใจบาดแผลของเทรนด์ต่อ"เจ็บหน่อยนะพวก"
"ชั้นโดนใครก็ไม่รู้ อยู่ดีๆก็มีหอกพุ่งเข้ามาตอนเปิดประตูแต่ชั้นปิดทันก็เลยรอด"ทาเครุพูดขึ้นหน้าตาเหมือนสะใจเพราะว่าเทรนด์นั้นกลับโดน
"ของชั้นก็เหมือนของนายนั่นแหละแต่คราวนี้มันไม่ได้มาเปล่า มันทิ้งของเอาไว้ นี่ไง"เทรนด์พูดขึ้นแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบล๊อกเก็ตสีทองขึ้นมาแล้วเปิดให้ทั้ง 2 คนดู
"ชั้นรู้ว่านายรู้จักไอบ้านั่นมานาน งั้นชั้นถามเลยแล้วกัน ว่าไอเปี๊ยกที่อยู่ข้างๆนั่นมันใครกัน เพราะชั้นคิดว่าหมอนี่แหละที่ทำให้ชั้นต้องเป็นแบบนี้"เทรนด์หันไปพูดกับวองโกเล่ที่
ตอนนนี้ทำแผลเสรจแล้วก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาเก็บของ
"เจ้านั่นน่ะ น้องชายของมัน ชื่อซินเดียน ฉายาตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิด สายฟ้าสีเงินมาร์โก"
"พูดเป็นเล่นไป เจ้านั่นน่ะนะที่เป็นนักล่าหัวที่เก็บคนทั้งหมู่บ้านได้เพียงคนเดียว ท่าทางไม่น่าจะใช่ อ้ากกกก~!!"เทรนด์ต้องโอดครวญออกมาเพราะวองโกเล่ที่ตอนนี้กำลังสนุกกับ
การทรมานคนที่ไม่ได้ทันข่าวทันโลกอะไรกับเค้าเล้ยแต่ก็ต้องหยุดเพราะยิ่งทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นอีกคราวนี้จึงเปลี่ยนเป็นยื่นยาให้แทน
"แผลนี้รักษาโดยวิธีเย็บปรกติไม่ได้ต้องใช่ไสยเวทย์เข้ามาช่วย ช่วงนี้ก็กิน 'ยาสิบความรู้สึก' นี้ไปก่อนแล้วกันรสชาติอาจจะให้หมากินแล้วตายหน่อยนึงแต่มันก็ช่วยได้มากแต่คืนนี้
นายจะทรมานสุดๆ แต่ชั้นไม่ได้พูดเล่น เพราะพิษ เมฆาสีครามนี้น่ะมันต้องเอามาจากอสูรแถมป่าต้องห้ามเรยาเชียซึ่งบอกว่าอสูรแถบนั้นน่ะดุกว่าแถวบ้านเราเยอะ"วองโกเล่พูดขึ้น
แล้วก็เก็บของใส่กระเป๋าก่อนที่จะถีบผีหลงถิ่นกลับหลุมที่เก่า
หลังจากนั้นใบหน้าของเทรนด์เริ่มซีดลงเพราะพิษบาดแผล แต่ก็ต้องซีดหนักเพราะความกังวลที่ว่า คืนนี้ตูต้องซวยแน่ๆ แต่อีกใจนึงก็คิด งั้นพรุ่งนี้ก็หยุดเลยดีกว่าแล้วก็บอกว่าวันนี้
เดินตกท่อแล้วได้แผลมาอ่ะคับก็เลยหยุดเรียนไปหาหมอศัลยแพทย์มาด้วยอ่ะคับ ก่อนที่จะกระดกขวดยาที่วองโกเล่เข้าไปอึกใหญ่
อึก~อึก~อึก~...
...ความรู้สึกแรก...เหม็นหืนสุดๆ...
...ความรู้สึกที่สอง...ลิ้นเริ่มชาๆ...
...ความรู้สึกที่สาม...รู้สึกเหมือนว่าโลกนี้หมุนติ้วๆๆ...
...ความรู้สึกที่สี่...เหมือนกับกินของที่มีทั้งรสเปรี้ยวหวานมันเค็มเผ็บแสบเผ็ดร้อนเข้าไปพร้อมๆกัน...
...ความรู้สึกที่ห้า...เหมือนกินของร้อนโคตรๆเข้าไป...
...ความรู้สึกที่หก...เหมือนกินของเย็นยิ่งกว่าสิ่งต่างๆที่อยู่ใน North Pole เข้าไป (คิดเอาเองแล้วกันว่าขนาดไหน)...
...ความรู้สึกที่เจ็ด...เมื่อของร้อนจัดมาโดนความเย็นกระทันหันเลยทำให้รู้สึกซี้ดส์ขึ้นสมองบอกไม่ถูก...
...ความรู้สึกที่แปด...ท้องใส้ปั่นป่วนไปหมด...
...ความรู้สึกที่เก้า...เหมือนคนเมาเข้าไปทุกที!...
...ความรู้สึกที่สิบ...อยากอ้วกแล้ววววว!!!!
พรวด!!!!
สิ่งปฏิกูลทั้งหลายที่เพิ่งกินไปเมื่อเช้าถูกระบบขับเคลื่อนภายในร่างกายขับออกมาอย่างน่าสยดสยองกลางคาบเรียนหลังจากนั้นร่างทั้งร่างนั้นก็ทรุดลงไปกอง กับความคิดสุดท้ายว่า '
มันสิบความรู้วึกจริงๆด้วยว่ะ...'
ยามเย็น....
เสียงระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนก็เริ่มกรูกันลงมาตามบันใดเพราะรีบเร่งที่จะกลับไปทำธุระส่วนตัวตามที่อยู่อาศัยของแต่ละคนพร้อมๆกับที่การสลบ
ไสลของชายคนนึงได้มลายจางหายไปบนเตียงของห้องพยาบาล ชายคนนั้นยันตัวขึ้นมาอย่างระวังเพราะแผลที่สีข้างด้านซ้ายนั้นยังไม่หายดีแต่ก็ต้องมาทรุดลงมานั่งบนเตียงอีกครั้ง
เพราะขาทั้ง 2 ข้างนั้นเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
'คงเป็นเพราะฤทธิ์ยายล่ะมั้ง'นั่นคือความคิดแรกที่เค้าคิดจึงไม่คิดอะไรมาก เอามือทั้ง 2 ข้างแล้วเอาเข่าทั้ง 2 ข้างลงไปวางบนพื้นพร้อมกับที่ทำตัวให้มันต่ำลงโดยคลานไปอย่างน่า
เวทนาดดยหวังว่าต้องไปให้ทันก่อนประตูโรงเรียนจะปิดไม่งั้นยาวถึงฝ่ายปกครองแน่
แต่พอออกมาพ้นห้องพยาบาลเรี่ยวแรงก็กลับมมาเป็นเหมือนเดิม เค้าจึงลุกขึ้นแล้วไปที่กระเป๋าใบนึงที่วางไว้หน้าห้องพร้อมกับโน้ทที่เขียนไว้ว่า
'กระเป๋าหนูเอาลงมาให้แล้วส่วนยาที่พี่วองโกเล่ให้นั้น
เค้าจะเอาไปให้ที่บ้านเองเห็นพี่นอนอยู่ก็เลยไม่
อยากกวนก็เลยขอกลับก่อน
ถ้าสงสัยเรื่องอะไรก็กลับไปที่บ้านแล้วกันเพราะว่า
วันนี้ทุกคนจะไปที่บ้านเพราะเราจะออกเดิน
ทางกันพรุ่งนี้แล้ว(เห็นมาเรียเค้าบอกอ่ะนะ ไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน)
กลับบ้านดีๆล่ะ
รีนะ...'
"ฮึ ยัยบ้าเอ้ย รอหน่อยก็ไม่ได้ แล้วนี่กี่โมงแล้วเนี่ย อืม... เฮ้ย!? หกโมงเย็นแล้วเรอะ! รับกลับดีกว่าเดี๋ยวอดข้าวเย็นอีก!"หลังจากการดวยวายก็รีบสะพายกระเป๋าเดินดุ่มๆไปประตู
โรงเรียน
ฟ้าว~
จู่ๆก็เกิดลมกรรโชกแรงขึ้นมาทันทีเหมือนเกิดใต้ฝุ่นขึ้นมาทำนองนั้น แต่หน้าแปลกที่มันเกิดที่ลานกว้างซึ่งเป็นที่ๆเทรนด์กำลังยืนอยู่ตอนนี้ แต่แล้วก็เหมือนอะไรพุ่งตัดอากาศลงมา
จากฟากฟ้า แต่เพราะยังมีไหวพริบและแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้นกระโดดหลบไปตามแรงลมได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่ไอท่อนเหล็กทั้ง 5 อันนั้นจะพุ่งลงมาปักลงกลางกบาลของเค้า
"ท่อนเหล็ก...? มันมาจากไหนกันนะ!?"
"พบกันอีกครั้งนะ...ดีซาโดเรีย เทรนด์..."
เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากด้นหลังของเค้า เมื่อหันกลับไปก็มีท่อนเหล็กอีกท่อนนึงปักอยู่บนพื้นและชายร่างเตี้ยที่อยู่ในรูปกำลังเหยียบอยู่บนปลายท่อนเหล็กนั้นอย่างสบายๆแม้ว่าลมจะต้านแรงซักเท่าไรก็ไม่หวั่น
"ผมมาที่นี่...เพื่อเด็ดหัวคุณ..."
To Be Continue In Chapter 4...