เลิกแล้ว~!!!!
พิกเพอะไรเนี่ย เลิกแล้วววววว~!!!!!
เปิดบลอกใหม่แล้วนะง้าบบบบบบ~!!!!!!ติดตามทูซีกันได้ที่
http://desadoria.exteen.comนะจ๊ะ จุ๊บๆ~!!!!!!!
กูไปแล้วววววว บายเว้ยยยยยยยย~!!!!!!



Final Fantasy The last Spirit Of PK. Chapter 4 : ฝันแห่งความมืดมัว
"ผมมาที่นี่...เพื่อเด็ดหัวคุณ..."หลังจากคำพูดนั้นแล้ว ท่อนเหล็กทั้งห้านั้นก็กลับมาลอยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเคลื่อนไหวได้อย่างเหมือนมีชีวิต มันค่อยๆหมุนตามเข็มนาฬิกาจากช้าๆพอผ่านไปซักพัก มันเริ่มเร็วขึ้น
เทรนด์ซึ่งติดอยู่ข้างในนั้น พยายามหาทางรอด จึงพยายามเดินออกไปจากรัศมีนั้นแต่เมื่อตอนที่กำลังจะออกไป ท่อนเหล็กนั้นได้พุ่งลงมาเฉียดบลายจมูกไปไม่ถึงเซนต์
"ระบำที่ 1ระบำเหล็กกล้าโหมกระหน่ำ กระบวนที่นี่อะไรก็ตามที่อยู่ข้างในนี้น่ะก็เหมือนกระรอกตัวน้อยๆที่ถูกกุมขังอยู่ในกรงที่ไม่มีทางออก แต่ถ้าพยายามหนีน่ะ คุณอาจจะกลายเป็นกระรอกเสียบไม้ก็ได้นะ" ชายคนนั้นพูดขึ้นก่อนที่จะกระโดดลงมาจากปลายท่อนเหล็กนั้นแล้วดึงมันขึ้นมา
เมื่อดึงออกมาแล้วดูเหมือนจะไม่ใช่ท่อนเหล็กเส็งเคร็งธรรมดา แต่มันเป็นหอก มีใบมีขอบทองเนื้อสีขาว ด้ามจับเป็นสีน้ำเงินสด ส่วนหกางนั้นตอนนี้กำลังพันวนไปรอบๆแขนของเค้า
"แกชื่อ ซินเดล อะไรนั่นใช่มั้ย" เทรนด์ถามเพื่อความแน่ใจว่าชายคนนี้คือชายร่างเตี้ยในรูป
"ข้าชื่อ ซินเดียน รูนดอน กรุณาเรียกให้ถูกด้วย"ซินเดียนพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหาเทรนด์
"ฮึ...มีมารยาทดีนี่นา ไม่เหมือนพี่ชายนายเลยนะ เจ้าเซเลดอนนั่นน่ะ"เทรนด์เริ่มเย้าแหย่แต่หารู้ไม่ว่ามือทั้งสองข้างนั้นเริ่มมีประกายไฟสีดำขึ้นแล้ว
"เก็บปากดีๆของคุณไว้แตกในนรกดีกว่า~!!"คราวนี้กลายเป็นตะคอกก่อนที่จะชูมือข้างที่ไม่ได้ถือหอกขึ้นมา
"ระบำที่ 2 ....!?"
ฟ้าว~
มือข้างที่ยอกขึ้นมานั้นถูกอะไรบางอย่างปัดออก
กึง~กึง~กึง~กึง~กึง~!!!
ท่อนเหล็กทั้งห้านั้นถูกหยุดลงหลังกลุ่มควันที่ก่อตัวขึ้นจากพายุที่เกิดจากการหมุนของท่อนเหล็กนั้น
"อะไรกันเนี่ย~!?"ซินเดียนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกพร้อมกับพยายามมองทะลุกลุ่มควันนั้นเข้าไป
เมื่อกลุ่มควันจางลง ก็ปรากฎชายในชุดเครื่องแบบนักเรียนของที่นี่ ผมสีดำประบ่า นัยน์ตาจากที่เคยมีสีดำตอนนี้กลายเป็นนัยน์ตากระหายเลือดของสัตว์ป่า มีแผลเป็นปรากฎอยู่ใต้ตาซ้าย มือทั้งสองข้างนั้นมีเล็บที่แหลมคมที่ฉีกเนื้อคนได้สบายๆ
"ละ...ลูซิเฟอร์ ทำไมนายมาอยู่ที่นี่~!"เทรนด์ก็ตกใจตามๆกันเพราะจำแผ่นหลังแผ่นนี้ได้ก่อนที่จะยืนขึ้น
"หวัดดีตอนเย็นท่านประธานนักเรียน อย่าลืมซิครับว่าวันนี้ผมมีหน้าที่สารวัตรนักเรียนนะครับ ก็ต้องกลับช้าหน่อยซี่"ลูซิเฟอร์หันหน้ากลับมามองเทรนด์ ตอนนี้นัยน์ตากลับมาเป็นสีดำเหมือนเดิม
"ฮึๆๆ....ฮ่าๆๆๆ!!!!!"เสียงหัวเราะมาจากซินเดียน
"หัวเราะอะไรของแก"ลูซิเฟอร์ถามแล้วดวงตานั้นก็กลับมาเป็นของสัตว์ป่าอีกครั้ง
"ฮึ...ฮึ...ดูเหมือนว่าวันนี้ผมจะเล่นกับคุณตรงๆไม่ได้ซะแล้วเพราะมีก้างขวางคอซะนี่ แต่ผมก็ดีใจนะที่นานๆจะได้เจอคนเก่งๆอย่างคุณนะ ปิศาจตัวน้อย..."ซินเดียนกล่าวออกมาอย่างไม่เฮยชาแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นแผงรอยแห่งความสนุกสนาน แต่ทว่าร่างๆนั้นกำลังจะหายไปกับสายสายลมและควันหมอก
"แกจะหนีไปไหนน่ะ~!!"เมื่อเห็นอย่างนั้น ลูซิเฟอร์ก็เริ่มลงมืออีกครั้ง มือที่รับแรงของท่อนเหล็กอยู่เปลี่ยนเป็นจับให้กระชับขึ้นก่อนเหวี่ยงมันไปที่ซินเดียน แต่ไม่ทัน ร่างนั้นได้หายไปแล้ว
เมื่อการต่อสู้จบลง ทุกอย่างกลับมาเป็นปรกติเหมือนเดิม แต่เมื่อมองไปรอบๆ ราวกลับว่าบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไป ท้องฟ้าเริ่มมีเมฆมืดครึ้ม สายฝนเริ่มโปรยปราย ร่างของเทรนด์เริ่มทรุดลง
"อั๊ก!"
"เฮ้ย เป็นไรเปล่า?"ลูซิเฟอร์พูดขึ้นอย่างกังวลและพยุงร่างของเทรนด์ขึ้น
"ดูท่าแผลนี้จะไม่ค่อยถูกกับน้ำซักเท่าไหร่นะ"เมื่อทรงตัวได้ เทรนด์ก็รีบเดินออกจากโรงเรียนเพื่อตรงกลับบ้านไปเพราะไม่อยากให้แผลถูกน้ำมากนัก
"นายจะไปไหนน่ะ"ลูซิเฟอร์ถาม แต่คำตอบกลับเป็นความเงียบ
แต่ซักพัก หัวของเทรนด์เริ่มหมุน ความรู้สึกเริ่มหนาวๆร้อนๆ ตาเริ่มพร่ามัว สมองไม่รับสั่งการใดๆ แต่แล้ว ภาพความทรงจำต่างๆก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็วเหมือนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซวบ~!
ร่างทั้งร่างนั้นทรุดลงไปกองกับน้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้น ก่อนจะเอามือไปกุมแผลและหงายหน้าขึ้นมาด้วยหน้าตาที่เจ็บปวดสุดๆ
"เฮ้ย เทรนด์.........."
สิ่งที่เทรนด์เห็นมีแต่สิ่งสุดท้ายเท่านั้นคือใบหน้าของลูซิเฟอร์ที่ตอนนี้กำลังจะเลือนหายไป หนังตาเริ่มปิดลง ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเลือนหาย ความมืดกำลังจะกลืนกินแสงสว่าง ทุกอย่างกำลังหายไปกับความมืดมิด
'ที่นี่ที่ไหน แล้ว ชั้นอยู่ที่นี่ได้ไง มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม มองไม่เห็นอะไรเลยล่ะ' ในห้วงแห่งนิทรา ความฝันที่เหมือนความจริงเกิดขึ้นในหัวของเค้า ก่อนที่ภาพของปราสาทที่ทำจากอิฐสีดำสนิทกำลังเลื่อนเข้ามาใกล้ๆเค้าเข้ามาทุกขณะ เมื่อเดินเข้าไปก็ปรากฎบุคคลสามคนขึ้น
"ฝ่าบาท! แย่แล้วพะยะค่ะ!"ชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าชายและหญิงทั้งสองซึ่งนั่งอยู่บนบรรลังค์ ฝ่ายชายนั้น มีนัยน์ตาสีเลือด ผมสีดำออกเทา รูปร่างสง่างาม ส่วนฝ่ายหญิง ดวงหน้ารูปไข่เข้ารูป ริมฝีปากเอิบอิ่ม มีนันย์ตาสีอำพันสุกโต มีเรือนผมยาวสีทองอมส้มสวยงาม
"เกิดอะไรขึ้นล่ะ"ชายบนบรรลังค์ถาม หน้าตายังคงเรียบเฉย
"พวกมนุษย์ แห่กันมาบุกดาร์คคาวิเลียเต็มเลยพะยะค่ะ ตอนนี้ถึงสี่มุมเมืองแล้วพะยะค่ะ"คราวนี้ ชายบนบบรรลังค์หน้าเริ่มถอดสีอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็กลับมาเป็นปรกติอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็ต้องหันไปมองฝ่ายหญิง
"ทำยังไงดีคะเสด็จพี่"ฝ่ายหญิงบอกอย่างวิตกกังวล
ก่อนที่ชายคนนั้นจะบอกกล่าวอะไร เค้าเรียกทหารเข้ามาคนนึง ก่อนที่จะกระซิบแนบหูของเค้า หลังจากที่ทหารคนนั้นได้รับฟัง ก็เดินตรงไปหาสาวใช้สามคนที่กำลังอุ้มเด็ก 3 คนอยู่ก่อนที่จะกระซิบแนบหูแล้วสาวใช้ก็พยักหน้าก่อนที่จะส่งเด็กทั้งสามคนนั้นให้กับทหารอีกสามคนนั้น ก่อนที่ทหารจะออกไปพร้อมกับเด็ก
"ท่านจะทำอะไรน่ะ ท่านจะเอาลูกของเราไปไหน!?"ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายถาม หน้าตาเพิ่มความวิตกกังวลเข้าไปอีก แต่ฝ่ายชายกลับไม่สะทกสะท้าน พร้อมกับพูดเฉยชา
"ข้าจะพาลูกเราไปสะกดพลังปิศาจกับปราชญ์ทั้ง 6 แล้วชั้นจะส่งลูกนั้นให้ไปอยู่ในความดูแลของฝ่ายมนุษย์ และคงจะต้องลบความทรงจำของเด็กๆนั้นเกี่ยวกับพวกเราออก แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เมื่อพวกเค้าโตพอ พวกเค้าจะกลับมาหาพวกเรา"คำพูดนั้นช่วยลดระดับความกังวลของฝ่ายหญิงลงได้มานิดหน่อย
"แล้วพวกเค้าจะยอมรับได้เหรอ แล้วถ้าพวกเค้าไม่ยอมล่ะ"ฝ่ายหญิงยังคงดันทุรังเค้นขอคำตอบนั้น
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง เรามีสายอยู่ในนั้น ถ้าเค้ายังไม่ตาย เค้าก็จะรู้ถ้าเราส่งกระแสจิตไปบอกแล้วอีกไม่นานก็คงจะมา แต่ถ้าเค้าถูกจับได้แล้วตายไปแล้ว เราก็คงต้องส่งทหารออกไปแทน"คราวนี้ สีหน้าของฝ่ายหญิงผ่อนคลายลงอย่างมากเมื่อได้ยินฝ่ายชายพูด แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าลูกของตนจะเป็นอย่างไร
ตูม!!?
ปราสาทเริ่มสั่นไหวเพราะแรงระเบิด สิ่งก่อสร้างต่างๆนาๆเริ่มร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ทุกคนในนั้นตื่นตระหนกและวิ่งกันอย่างอลหม่านจับต้นชนปลายกันไม่ถูก
"แย่ล่ะสิ!"ฝ่ายชายพูดขึ้นก่อนจะออกไปที่ระเบียง ภาพที่อยู่ข้างหน้านั้นคือ สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างเมืองปิศาจกับเมืองมนุษย์ ศพของทหารเกลื่อนอยู่บนพื้น บางส่วนที่เคยเป็นสีขาว กลับกลายเป็นว่าถูกย้อมด้วยสีแดง แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ชายผู้นั้นต้องตีสีหน้าวิตกและกลับมาเป็นปรกติอย่างไม่ถูกก็คือ ปืนใหญ่ที่เรียงกันเป็นแถว เครื่องยิงหินที่อยู่ด้านหลังซึ่งบรรจุกรัสุนไว้เรียบร้อย
"เอาเจ้าหญิงแห่ง พาเรียว คิงด้อมมาซะ แล้วเราจะไม่ทำลายเมืองของแกต่อเจ้ามารร้าย!"ชายคนหนึ่งพูดผ่านเครื่องขยายเสียงเพื่องให้คนข้างบนได้ยิน
"ซีลเวอร์ ช่วยพาดาเรียและคนอื่นๆไปหาที่ซ่อนที ทางนี้ข้าจัดการเอง"เมื่อสั่งทหารเสร็จ คราวนี้ก็กลับมาที่เดิมแต่ยังไม่ทันเจรจาอะไรเลย หินเพลิงนั้นก็ลอยเข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัว
ตูม~!!!
เกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้ง เศษหินต่างๆกระจุยกระจายไปทั่ว แต่น่าแปลกคือ หินพวกนั้นลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะถูกอาบไปด้วยเพลิงสีดำ
"กะ...เกิดอะไรขึ้..."
"ชอบเล่นไฟใช่มั้ย...ได้...ข้าจะให้เล่นไฟอย่างสาแก่ใจเลย~~~~!!!!!"หลังจากนั้น ลูกเพลิงที่ลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งตกลงมาอย่างรวดเร็ว
'เฮ้ย ที่นี่มันที่ไหนฟระ แล้วไหงมีสงครามเกิดขึ้นได้ล่ะเนี่ย!?'เทรนด์บ่นขณะที่วิ่งไปตามสะพานที่ทอดไปยังอีกส่วนนึงของปราสาท
"ซีลเวอร์ แล้วลูกๆของชั้นล่ะ เธอพาเค้าไปที่ไหน"ดาเรียหรือหญิงที่นั่งอยู่บนบรรลังค์นั้นถามกับทหารที่เดินตามเคียงข้าง
"ไม่ต้องห่วงพะยะค่ะองค์ราชินี ตอนนี้พระโอรสและพระธิดาของพระองค์อยู่ที่ห้องของปราชญ์ทั้ง 6 แล้ว ตอนนี้ก็คงเสร็จพิธีแล้วมุ่งหน้าไปที่คอกม้าแล้วล่ะพะยะค่ะ"เมื่อพูดเสร็จ เค้าก็มองออกไปข้างนอกซึ่งเห็นพลธนูของฝ่ายมนุษย์ยิงธนูตรงมาหาพวกเค้าแล้ว
"ฝ่าบาท วิ่ง~!!!!!" ซีลเวอร์สั่งก่อนที่จะก้มลงหมอบกับพื้นแล้วหยิบกระบอกปืนออกมาจากกระเป๋าหลังแล้วกระหน่ำใส่
แต่เทรนด์ซึ่งกำลังเหลอหลากับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ เมื่อเห็นธนูที่พุ่งตรงมาก็ได้แต่ลนหลบ ธนูดอกนึงเฉี่ยวหน้าของเค้าไปปลายเส้นผมจนต้องโยกหัวไปด้านหลัง ส่วนอีกดอกเฉี่ยวก้นไปนิดจนต้องโยกเอวไปข้างหน้า ส่วนมือและแขนทั้งสองข้างนั้นก็ถูกดึงเอาไปไว้ข้างหลังก่อให้เกิดท่าเต้นใหม่ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการซักเท่าไหร่แต่แล้วก็ต้องออกฝีเท้าลมกรดนั้นไปจนถึงประตูที่อยู่ข้างหน้าแล้วพุ่งเข้าใส่
เมื่อเข้ามาก็เห็นดาเรียนั้นวิ่งแยกออกมาลงบันไดไป เทรนด์จึงวิ่งตามก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงคอกมาวึ่งตอนนี้มีชายหญิงสองคนกำลังรออยู่ และในอ้อมแขนของฝ่ายหญิงนั้นก็มีเด็กที่ตอนแรกผมสีดำตอนนี้กลายเป็นเหมือนแม่แล้ว
"เมลินา อริวเซ่ ฝากดูลูกข้าด้วยนะ..."ดาเรียพูดขึ้นก่อนที่หยาดน้ำตานั้นจะไหลลงมาอาบแก้มของเธอ
"ได้เลยฝ่าบาท เชื่อใจพวกเราได้"ฝ่ายชายพูดขึ้นก่อนที่จะค่อยๆควบม้าออกไปอย่างช้าๆ
"ดะ...เดี๋ยว"ดาเรียพูดขึ้นก่อนจะตรงไปที่ม้าของเมลินาก่อนที่จะถอดแหวนและสร้อยคอรูปกางเขนออกแล้วยื่นให้เด็กชายทั้งสอง ส่วนเด็กสาวนั้น เธอได้ท่องคาถาอะไรซักอย่างก่อนที่จะประสาอนมือแล้วก็ปรากฎเป็นดาบในฝักสีเงินเรียวเล็กออกมาแล้วฝากไว้ที่หญิงสาว
"ดาบนี้น่ะ ฝากให้รีนะด้วยนะ"เธอว่าก่อนที่จะเดินห่างออกมา
'ดะ...เดี๋ยวดิ่ รีนะเหรอ เอาจริงดิ่ แล้วสร้อยนั่น กับ...ดาบที่ชั้นให้รีนะ' เทรนด์ทำหน้างงงวยก่อนที่จะถอดสร้อยจากคอออกมา เหมือนกับที่ดาเรียให้ไม่มีผิด มันเป็นสร้อยรูปกางเขนสีเงินสวยงาม มีเพชรเม็ดเขื่องฝังอยู่ตรงกลางประดับไว้
หลังจากที่ได้งงไปซักพัก ม้าก็ถูกควบออกไป แต่แล้ว หญิงสาวก็วิ่งตาม
"เรม่า เทรนด์ รีนะ แม่รักลูกนะ อย่าลืมกลับมาหาแม่ล่ะ!!"เธอตะโกนแล้วทรุดลงไปก่อนที่จะร้องไห้ออกมา
เมื่อเทรนด์ได้ยินชื่อเค้าออกมาจากปากของเธอก็ถึงกับต้องตีสีหน้าตกใจ
"ทะ...ท่านแม่..."เทรนด์หลุดปากพูดออกมาก่อนที่ทุกอย่าจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว...
To Be Continue In Chapter 5...
ผมขอปิดบลอกแล้วกันเนื่องจากมีปัญหาทางการพูดคุยกันนิดๆกับอีกฝ่ายนึง
แต่เราแน่นนอนว่าเราจะมาเจอกันอีกครั้งอย่างแน่นอน
ปายล่ะ....